IT News

สวัสดีการ์ดจอใบละสี่หมื่น NVIDIA เปิดตัวการ์ด RTX ใช้คอร์ Turing รุ่นสูงสุด RTX 2080 Ti Founder Edition ราคา 1,199 ดอลลาร์

Blognone - 16 hours 37 min ago

NVIDIA เปิดชิปกราฟิกตระกูล RTX พร้อมกัน 3 รายการ ได้แก่ RTX 2080 Ti, 2080, และ 2070 ทั้งใช้คอร์ Turing แบบเดียวกับ Quadro RTX ที่เปิดตัวไปสัปดาห์ที่แล้ว

ความเปลี่ยนแปลงของชิป RTX ได้แก่

  • RT Cores สำหรับการเรนเดอร์แบบ ray tracing
  • Turing Tensor Cores เร่งความเร็วการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์
  • รองรับเฟรมเวิร์ค NGX สำหรับการใช้ปัญญาประดิษฐ์มาเพิ่มคุณภาพกราฟิก
  • รองรับแรม GDDR6
  • รองรับการต่อจอภาพและแว่น VR ด้วยพอร์ต USB-C

การ์ดรุ่น GeForce RTX 2080 Ti Founders Edition พร้อมแรม 11GB นั้นเริ่มรับคำสั่งซื้อล่วงหน้าแล้ว ราคาอยู่ที่ 1,199 ดอลลาร์ (สมัย GTX 1080 Ti ราคาอยู่ที่ 699 ดอลลาร์) สำหรับการ์ดจากผู้ผลิตอื่นเริ่มที่ 999 ดอลลาร์ ส่วนรุ่น RTX 2080 รองรับแรม 8GB รุ่น Founder อยู่ที่ 799 ดอลลาร์ ผู้ผลิตอื่นเริ่มที่ 699 ดอลลาร์ เริ่มวางขาย 20 กันยายนนี้ และรุ่น RTX 2070 รองรับแรม 8GB รุ่น Founder อยู่ที่ 599 ดอลลาร์ ผู้ผลิตอื่นเริ่มที่ 499 ดอลลาร์ เริ่มวางขายเดือนตุลาคม

ที่มา - NVIDIA

Topics: NVIDIAGPUNVIDIA Turing
Categories: IT News

ทรัมป์ลงนามกฎหมายใหม่ ให้ NIST วางมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ให้ธุรกิจขนาดเล็ก

Blognone - 16 hours 57 min ago

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในกฎหมาย NIST Small Business Cybersecurity Act แล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากกฎหมายผ่านโหวตในสภาตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา ทำให้กฎหมายมีสภาพบังคับ ให้ NIST ที่เคยออกมาตรฐานความปลอดภัยให้รัฐบาลกลาง ต้องออกมาตรฐาน, แนวปฎิบัติ, คำแนะนำ, และเครื่องมือต่างๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กพัฒนาความปลอดภัยไซเบอร์ง

NIST ออกมาตรฐานความปลอดภัยหลายอย่าง ที่เป็นมาตรฐานสำคัญ เช่น NIST FIPS-140-2 มาตรฐานความปลอดภัยกระบวนการเข้ารหัสลับ หรือแนวปฎิบัติ NIST SP-800-63 ที่กำหนดแนวทางการพิสูจน์ตัวตนสำหรับบริการออนไลน์

กฎหมายนี้ระบุให้ NIST ต้องออกแนวทาง สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก โดยมีเงื่อนไข เช่น

  1. แนวทางใช้งานได้กับธุรกิจขนาดเล็กเป็นส่วนใหญ่
  2. คำแนะนำต้องรวมไปถึงการควบคุมพื้นฐาน, วัฒนธรรมในที่ทำงานที่ส่งผลดีต่อความปลอดภัยไซเบอร์,
  3. มีการยกตัวอย่างการใช้งานในธุรกิจขนาดเล็ก
  4. ใช้เทคโนโลยีที่ซื้อของสำเร็จรูปมาใช้งานได้

น่าสนใจว่าหลังจากนี้ภายในหนึ่งปี NIST จะออกมาตรฐใดมาตามกฎหมายฉบับนี้บ้าง

ที่มา - eWeek

ภาพโดย pixelcreatures

Topics: NISTSecurity
Categories: IT News

ไฟเบอร์ขาดจอดับ สายไฟเบอร์สนามบินในลอนดอนขาด หน้าจอแสดงเที่ยวบิน 1,200 จอใช้งานไม่ได้ ต้องใช้กระดานอันเดียว

Blognone - 17 hours 20 min ago

สนามบิน Gatwick ในลอนดอนเปลี่ยนไปใช้หน้าจอแสดงข้อมูลการบิน (Flight Information Display System - FIDS) ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยหน้าจอแสดงข้อมูลการบินทั่วสนามบิน 1,200 หน้าจอ จะดึงข้อมูลจากคลาวด์ทั้งหมด

ระบบ FIDS เปิดให้หน้าจอกลายเป็นเพียงเว็บเบราว์เซอร์ แล้วดึงข้อมูลการบินจากเซิร์ฟเวอร์บนคลาวด์ โดยรวมแล้วมันต้องการอินเทอร์เน็ต 3Mbps ทั้งระบบเท่านั้น แต่ปรากฎว่าวันนี้สายไฟเบอร์ของ Vodafone ที่ทางสนามบินใช้งานกลับเสียหายโดยทาง Vodafone ไม่ได้แจ้งสาเหตุ แต่ผลกระทบกลับเป็นความโกลาหลในสนามบินเพราะทางสนามบินต้องเขียนกระดานแจ้งเที่ยวบินและช่องทางออกบนกระดานไวท์บอร์ดกระดานเดียวกลางสนามบิน

FIDS เป็นโครงการเพื่อลดภาระในการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน และได้รางวัลโครงการคลาวด์แห่งปี จาก Real IT แต่บทเรียนครั้งนี้คงทำให้ทางสนามบินได้เรียนรู้ว่าการตัดต้นทุนโดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงที่ตามมา จะสร้างความเสียหายได้มากมาย

ที่มา - The Register

ภาพโดย StockSnap

This tiny whiteboard is the only departures information in Gatwick Airport right now; every screen is offline. Utter chaos. This is a signature flourish at the end of a short trip that’s been full of reminders of how badly the UK’s infrastructure is crumbling. pic.twitter.com/6r7CDVheLf

— Rob Fahey (@robfahey) August 20, 2018

Topics: United Kingdom
Categories: IT News

Fitbit เปิดตัวสายรัดข้อมือ Charge 3 ตัวเครื่องบางลง, ใส่ว่ายน้ำได้, แบตเตอรี่อยู่ได้ 7 วัน

Blognone - Mon, 20/08/2018 - 23:04

Fitbit เปิดตัวสายรัดข้อมือฟิตเนสใหม่ Charge 3 อย่างเป็นทางการ สามารถงานได้นานถึง 7 วันต่อการชาร์จ 1 ครั้ง รวมถึงมีการปรับปรุงในด้านอื่นทั้งตัวเครื่องและซอฟต์แวร์หลายประการ

Fitbit ได้อออกแบบ Charge 3 ใหม่ให้ตัวเครื่องบางลง ใช้อะลูมิเนียมเกรดยานอวกาศและหน้าจอ Gorilla Glass 3 จึงทำให้ตัวเครื่องแข็งแกร่งขึ้น ส่วนหน้าจอเป็น OLED แบบสัมผัสที่ขนาดใหญ่และสว่างกว่าเดิม และตัวเครื่องยังกันน้ำระดับที่สามารถใส่ว่ายน้ำได้ กันน้ำระดับ 50 เมตร

ส่วนฟีเจอร์ใหม่และการปรับปรุงส่วนอื่น เช่น

  • ปรับปรุงระบบตรวจจับชีพจร 24/7 PurePulse และการเผาผลาญแคลอรี่ให้แม่นยำขึ้น
  • เพิ่มเซนเซอร์ SpO2 เพื่อวัดระดับออกซิเจนในเลือดสำหรับตรวจสอบสัญญาณบ่งชี้ของร่างกาย เช่นอาการหยุดหายใจขณะหลับ
  • Sleep Score ระบบให้คะแนนการนอนหลับโดยตรวจวัดจากค่าชีพจร และสรุปให้ผู้ใช้เห็นคุณภาพการนอนของตนเอง (ระบบ Sleep Score จะเปิดให้ทดลองใช้แบบเบต้าในปีนี้)
  • แสดงข้อมูลอินไซด์เกี่ยวกับร่างกายของตนเองในแอพ Fitbit โดยการใช้ข้อมูลจากเซนเซอร์มาประมวลผลพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาสุขภาพ
  • ออกรุ่นพิเศษ Charge 3 Special Edition รองรับ Fitbit Pay สำหรับจ่ายเงินแบบไร้สัมผัส

ราคาขายของ Fitbit Charge 3 อยู่ที่ 149.95 ดอลลาร์ หรือประมาณ 5,000 บาท มีสีให้เลือกคือสีดำพร้อมเคสอะลูมิเนียมกราไฟต์ และสีเทาน้ำเงินพร้อมเคสอะลูมิเนียมโรสโกลด์ ส่วน Charge 3 Special Edition จะวางจำหน่ายที่ราคา 169.95 ดอลลาร์ โดย Charge 3 จะเริ่มจำหน่ายจริงในช่วงเดือนตุลาคมปีนี้

ที่มา - Fitbit

Topics: FitbitFitness Tracker
Categories: IT News

ลูกค้าถูกอพยพหลัง iPad ระเบิดคาร้าน Apple Store ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม

Blognone - Mon, 20/08/2018 - 18:01

มีรายงานว่าลูกค้าร้าน Apple Store ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ถูกอพยพ หลังเกิดเหตุ iPad ระเบิดคาร้าน โดยขณะเกิดเหตุพนักงานได้รีบนำ iPad เครื่องดังกล่าวใส่ในกล่องที่มีทรายบรรจุอยู่

หน่วยดับเพลิงประจำเมืองทวีตว่าเกิดเหตุ iPad ระเบิดที่ Apple Store และมีคนมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ 3 คน พร้อมคาดว่าสาเหตุเกิดจากแบตเตอรี่รั่วไหล

ที่มา - Mashable, The Next Web

ภาพร้าน Apple Store สาขาอัมสเตอร์ดัม | ภาพโดย Apple

Brandweer aanwezig bij incident met mobiel apparaat bij de #AppleStore #Leidseplein. Geen rook, wel drie personen met ademhalingsproblemen. Vermoedelijk door een lekkende accupack. Zij worden ter plaatse nagekeken.

— Brandweer AA (@BrandweerAA) August 19, 2018

Topics: AppleApple StoreAccidentNetherlands
Categories: IT News

[ลือ] NVIDIA GeForce 20 Series มี 5 รุ่น อาจเริ่มขายบางรุ่นเดือนสิงหาคมนี้

Blognone - Mon, 20/08/2018 - 15:38

ก่อนที่ NVIDIA จะประกาศเปิดตัวการ์ดจอ GeForce 20 Series อย่างเป็นทางการในคืนนี้ ระหว่างนี้เว็บไซต์ Wccftech อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่าการ์ดจอรุ่นใหม่จะมีถึง 5 รุ่น และจะเริ่มต้นขายบางรุ่นเดือนสิงหาคมนี้เลย

การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 20 Series ทั้ง 5 รุ่น ทั้งหมดใช้สถาปัตยกรรม Turing ที่เพิ่งตัวเมื่อไม่นานนี้, ผลิตที่ 12nm FinFET แบ่งเป็นดังนี้

  • GTX 2050, หน่วยความจำ GDDR5 ขนาด 4GB, บัสหน่วยความจำ 128 บิต, แบนวิดท์ 8 Gbps, วางขายเดือนพฤศจิกายน
  • GTX 2060, หน่วยความจำ GDDR6 ขนาด 5GB, บัสหน่วยความจำ 192 บิต, แบนวิดท์ 12 Gbps, วางขายเดือนตุลาคม
  • RTX 2070, CUDA Core จำนวน 2,304 คอร์, หน่วยความจำ GDDR6 ขนาด 8GB, บัสหน่วยความจำ 256 บิต, แบนวิดท์ 12-14 Gbps, วางขายเดือนกันยายน
  • RTX 2080, CUDA Core จำนวน 2,944 คอร์, หน่วยความจำ GDDR6 ขนาด 8GB, บัสหน่วยความจำ 256 บิต, แบนวิดท์ 14 Gbps, วางขายเดือนสิงหาคม
  • RTX 2080 Ti (Founder Edition), CUDA Core จำนวน 4,352 คอร์, หน่วยความจำ GDDR6 ขนาด 11GB, บัสหน่วยความจำ 352 บิต, แบนวิดท์ 14 Gbps, มีพัดลมระบายความร้อนคู่, วางขายเดือนสิงหาคม

ที่มา : Wccftech 1, 2

Topics: NVIDIAGeForceGPU
Categories: IT News

KBank ตั้งบริษัทลูก KVision เงินทุน 8 พันล้านบาท ลงทุนบริษัทเทคโนโลยีนอกประเทศ

Blognone - Mon, 20/08/2018 - 15:29

ธนาคารกสิกรไทย ประกาศตั้งบริษัทลูก บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด (KASIKORN VISION COMPANY LIMITED) หรือเรียกย่อว่า เควิชั่น (KVision) ทำหน้าที่เป็นบริษัทลงทุน (Investment Holding Company) นอกประเทศไทย

KVision มีงบลงทุนตั้งต้น 245 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 8 พันล้านบาท (ทุนจดทะเบียน 5 พันล้านบาท) มีขอบเขตการลงทุนทั่วโลก แต่ในระยะแรกจะโฟกัส 4 ประเทศคือ จีน ที่มีบริษัท FinTech เป็นจำนวนมาก, อินโดนีเซีย-เวียดนาม ที่มีอัตราการเติบโตของสตาร์ตอัพสูงเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน และอิสราเอล ที่เป็นแหล่งกำเนิดของเทคโนโลยีใหม่ๆ และมีความพร้อมเรื่องบุคคลากรสูง

รูปแบบการลงทุนของ KVision มีทั้งการเข้าไปลงทุนเองโดยตรง และลงผ่านกองทุน Beacon Venture Capital Fund ที่ก่อตั้งในปี 2017

ที่มา - ธนาคารกสิกรไทย (PDF)

กสิกรไทยเตรียมขยายธุรกิจในภูมิภาคในรูปแบบดิจิตอลเทคโนโลยี ทุ่ม 8 พันล้านบาทเปิดตัว “เควิชั่น” ร่วมลงทุนและแสวงหาดิจิทัล เทคโนโลยีชั้นนำจากทั่วโลก หวังต่อยอดธุรกิจธนาคารในตลาด AEC+3 เป็น Regional Life Platform of Choice รองรับกลุ่มลูกค้าใหม่ในอนาคตอีกมหาศาล

นายภัทรพงศ์ กันหสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกได้เข้าสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่ดิจิทัล เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิตเหมือนเป็นปัจจัยที่ 5 ทำให้การเข้าถึง โซลูชั่นและบริการต่าง ๆ ผ่านช่องทางดิจิทัลง่ายขึ้นแค่ปลายนิ้วสัมผัส ก่อให้เกิดกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ เรียกว่าดิจิทัล คอนซูเมอร์ ที่มีพฤติกรรมและความต้องการเปลี่ยนไปจากเดิม ดังนั้นการให้บริการของธนาคารเองก็จะต้องเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่จากเดิมที่ทุกอย่างถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ ๆ ก็จะถูกออกแบบมาสำหรับลูกค้าแต่ละบุคคลมากขึ้น โดยผ่านกระบวนการสังเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) ทำให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ชัดและลึกมากขึ้นจึงสามารถสร้างลูกค้าเซ็กเม้นท์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนได้

ธนาคารกสิกรไทยจึงต้องเปลี่ยนตัวเองให้เป็นไลฟ์ แพลตฟอร์ม “คนรู้ใจ” ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวันอันหลากหลายของทุกคน ได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการใหม่ ๆ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กรอบการให้บริการการเงินแบบเดิมอย่างที่ธนาคารเคยทำมาอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้ง การเดินทาง ความบันเทิง และอื่น ๆ อีกมากมาย ผ่านเทคโนโลยี APIs (Application Programming Interface) ที่ให้พันธมิตรทางธุรกิจ นำสินค้าและบริการต่าง ๆ มาเชื่อมต่อกับบริการของธนาคารได้อย่างไร้รอยต่อ

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ธนาคารมีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่จะมุ่งสู่การเป็นไลฟ์ แพลตฟอร์มของลูกค้าทั้งในไทยและต่างประเทศทั่วภูมิภาค AEC+3 ผ่านช่องทางดิจิตอลและโมบาย โซลูชั่น ซึ่งหัวใจสำคัญ คือ การพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัล เทคโนโลยี ให้ก้าวขึ้นสู่ระดับภูมิภาค ดังนั้น ธนาคารกสิกรไทยจึงได้จัดตั้ง บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด (KASIKORN VISION COMPANY LIMITED)หรือ เควิชั่น (KVision) ขึ้นมา ด้วยเงินลงทุนกว่า 8 พันล้านบาท (245 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและเสริมทัพด้านดิจิทัล เทคโนโลยี ให้กับธนาคาร โดยเค-วิชั่น จะมีฐานะเป็น Investment Holding Company ภายใต้เครือธนาคารกสิกรไทยจะเข้าไปเสาะหาและร่วมพัฒนาความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ กับ เทค คอมมูนิตี้ หรือ บุคลากรผู้เชียวชาญด้านเทคโนโลยี จากทั่วทุกมุมโลก

การดำเนินการในระยะแรกของ เควิชั่น จะมุ่งเป้าไปที่การสร้างฐานรากก่อน โดยการตั้ง บิสซิเนส อินโนเวชั่น สเก๊าท์ติ้ง เพื่อเข้าไปค้นหาพันธมิตรในกลุ่มประเทศทีมีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาและนำใช้กับผู้บริโภคในประเทศนั้น ๆ ก่อน 4 ประเทศ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ปัจจุบันมีจำนวน Fin-Tech Unicorns หรือบริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ แซงหน้าสหรัฐอเมริกาไปแล้ว เวียดนาม และอินโดนีเซีย ประเทศที่มีการเติบโตของเทค สตาร์ทอัพเป็นอันดับต้น ๆ ใน AEC+3 สุดท้ายคือ อิสราเอล ที่เป็นจุดกำเนิดเทคโนโลยีใหม่และเป็นแหล่งรวมของ บุคลากรผู้เชียวชาญด้านเทคโนโลยี

หลังจากที่บิสซิเนส อินโนเวชั่น สเก๊าท์ติ้ง เข้าไปเรียนรู้และค้นหาพันธมิตรที่มีศักยภาพได้แล้ว
บริษัท เควิชั่น ก็จะศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าไปลงทุน ทั้งในรูปแบบการเข้าไปถือหุ้นโดยตรง หรือการลุงทุนผ่านกองทุน Beacon Venture Capital Fund ที่มีการเพิ่มเม็ดเงินลงทุน เพื่อเตรียมให้ความสนับสนุนด้านเงินทุนในการทำธุรกิจแก่เทค สตาร์ทอัพที่มีศักยภาพและมีเทคโนโลยีที่อยู่ในช่วงกำลังพัฒนา แต่มีความน่าสนใจและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ทางธุรกิจของธนาคาร และนำเอาเทคโนโลยีดังกล่าวมาปรับใช้และยกระดับบริการของธนาคารทั้งในไทยและใน AEC+3

การก่อตั้ง เควิชั่น จะทำให้ธนาคารได้เปรียบในเรื่องความคล่องตัวในการนำดิจิตอล โซลูชั่นส์ต่าง ๆ มาให้บริการแก่ลูกค้า สามารถย่นระยะเวลาในการพัฒนาบริการอย่างก้าวกระโดด นำเสนอประสบการณ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายและรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ก็จะเป็นการยกระดับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของธนาคารจากการเรียนรู้และปฏิบัติจริงที่ได้จากร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญในการสร้างนวัตกรรมในระดับนานาชาติที่จะเข้ามาร่วมงานกับเครือธนาคารกสิกรไทย

นายภัทรพงศ์ กล่าวตอนท้ายว่า กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกรวมทั้งธุรกิจธนาคารที่ไม่ได้แข่งกับธนาคารกันเองอีกต่อไป ธนาคารจึงจำเป็นต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อยกระดับบริการและประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อก้าวสู่การเป็น ไลฟ์ แพลตฟอร์ม อันดับหนึ่งของภูมิภาค ในอนาคตอย่างแท้จริง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของธนาคารพาณิชย์ไทยที่มีเป้าหมายชัดเจนในก้าวออกสู่เวทีการแข่งขันด้านดิจิตอลในระดับโลก เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพและแสวงหาเทคโนโลยีชั้นนำมารองรับการขยายบริการธนาคารยุคใหม่ การก่อตั้ง เควิชั่น จะช่วยให้ธนาคารสามารถพัฒนาและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ กับพันธมิตร และก้าวไปยืนอยู่ในระดับแถวหน้าของดิจิทัล เทคโนโลยีที่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในทุกแพลตฟอร์มในระดับภูมิภาคได้

Topics: Kasikorn BankVenture Capital
Categories: IT News

Lichee Pi Nano บอร์ดขนาดจิ๋วเท่าการ์ด SD พร้อมแรม 32MB รันลินุกซ์และต่อจอภาพได้

Blognone - Mon, 20/08/2018 - 13:30

Lichee Pi ออกบอร์ด Zero ที่ใช้ชิป Cortex-A7 มาตั้งแต่ปี 2017 ตอนนี้ก็มีบอร์ดเวอร์ชั่นเล็กลงคือ Lichee Pi Nano ที่ขนาดเกือบเท่าการ์ด SD

บอร์ดใช้ชิป Allwinner F1C100s ที่คอร์เป็น ARM9 สัญญาณนาฬิกา 900MHz หน่วยความจำในตัว 32MB และมีวงจรถอดรหัส h.264 ที่ 720p ได้ ใส่การ์ด micro SD ได้ และมีหน่วยความจำแฟลชบนบอร์ด

ด้านซอฟต์แวร์รองรับทั้งลินุกซ์, RT-Thread, และ Xboot เอกสารการพัฒนามีเฉพาะภาษาจีน

ราคาพร้อมค่าส่ง 324 บาท บน Banggood

ที่มา - CNX Software

Topics: Chinamicropc
Categories: IT News

dtac เผยความพร้อมของ 5G ย้ำความแตกต่างของความเร็ว, latency และการเชื่อมต่อที่เหนือกว่า 4G

Blognone - Mon, 20/08/2018 - 11:54

ปัจจุบัน 5G ถูกพูดถึงมากขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นอีกก้าวของการสื่อสารที่จะสานต่อ 4G ที่ใช้กันอยู่ทั่้วโลก เป็นโครงข่ายโทรคมนาคมแห่งอนาคตที่มีความทันสมัย ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์เพื่อยกระดับศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งภายในงาน Blognone Tomorrow ผู้ให้บริการเครือข่ายอย่าง dtac ได้นำเสนอแนวคิดในการผลักดัน 5G และความพร้อมที่จะก้าวสู่ยุคถัดไปของเทคโนโลยีการสื่อสาร

5G ดีกว่า 4G อย่างไร

ดร.เอก จินดาพล ผู้อำนวยการและผู้เชี่ยวชาญพิเศษฝ่ายกลยุทธ์เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารของ dtac กล่าวถึง ประสบการณ์จาก 5G ที่จะดีขึ้นกว่า 4G แบ่งเป็น 3 เรื่อง ได้แก่

  • แบนวิดท์สูงกว่า 4G ถึง 10 เท่า : ความเร็วของ 5G นั้นจะอยู่ในระดับ Gbps ซึ่งหนึ่งในประโยชน์ด้านความเร็วในการใช้งาน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสตรีมมิงวีดีโอความละเอียดระดับ 4K ได้ภายในระยะไม่กี่วินาที
  • latency ต่ำ : ด้วยคุณสมบัติของเทคโนโลยี 5G ทำให้การตอบสนองต่อการสื่อสารหรือรับส่งข้อมูลทำได้รวดเร็ว
  • ปริมาณเชื่อมต่อ : จุดสำคัญของ 5G คือการเตรียมรองรับอุปกรณ์ที่คาดว่าในอนาคตจะมีปริมาณสูงมาก 5G ออกแบบให้เสาสัญญาณแต่ละต้นรองนับจำนวนอุปกรณ์ได้มากแต่แรก

องค์ประกอบสำคัญของ 5G

จุดเด่นสำคัญของ 5G คือ ทำให้ประสบการณ์การใช้อินเทอร์เน็ตรวดเร็วขึ้น แต่การพัฒนาให้ใช้งานได้จริงเกิดขึ้นจริงได้ไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญอีกหลายด้าน ได้แก่

  • Connection Management : อุปกรณ์ที่รองรับกับอินเทอร์เน็ตที่มีจำนวนมากกว่าจำนวนประชากร ฉะนั้นการบริหารจัดการระบบการเชื่อมต่อต่างๆ, การรับส่งสัญญาณให้มีความราบรื่น จำเป็นต้องมีตัวกลางในการจัดสรรสิ่งเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Advanced Radio : การส่งสัญญาณวิทยุเพื่อรองรับ 5G ต้องใช้เทคนิคใหม่ๆ หลายอย่าง เช่น beam-forming เทคนิคการจัดการกับสัญญาณรบกวน ที่ทำงานคล้ายกับหูฟังแบบลดเสียงรบกวน การทำ beam-forming มีประสิทธิภาพดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคลื่นความถี่สูงขึ้น ที่ผ่านมาคลื่นโทรศัพท์มักใช้ย่านความถี่ไม่เกิน 6GHz แต่ใน 5G คิดไปถึง 20-30GHz แล้ว
  • Virtualization : ระบบการจัดการเก่าๆ มักมีระบบแยกกันหลายระบบ แต่ละระบบมีฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เป็นของตัวเอง แต่หลังจากนี้เทคโนโลยี Virtualization จะรวบฮาร์ดแวร์ให้เหลือตัวเดียว และซอฟต์แวร์ทำงานบนฮาร์ดแวร์ชุดเดียวกัน ลด latency ของระบบลง

การพัฒนาต้องมีแผนจัดสรรคลื่นความถี่ (Spectrum roadmap) ที่ชัดเจน

ดร.เอก ย้ำว่า 5G เกิดขึ้นอย่างแน่นอนและรวดเร็ว ซึ่งแนวทางที่จะผลักดัน 5G ให้เกิดขึ้นได้จะต้องมีแผนจัดสรรคลื่นความถี่ที่ชัดเจน โดยความถี่หลักๆ ของ 5G ที่จะเกิดขึ้น ประกอบไปด้วย

  • ความถี่ต่ำกว่า 1GHz คลื่นที่สามารถเข้าถึงตามตึกต่างๆ, ใช้ได้กับ IoT และตามพื้นที่ห่างไกล
  • ความถี่ 1-3GHz ที่ใช้ทั่วไปกับ 2G/3G/4G ในปัจจุบัน
  • ความถี่เกิน 20GHz ขึ้นไป ยิ่งความถี่สูง ยิ่งช่วยให้สัญญาณวิทยุที่ถูกส่งออกจากเสาสัญญาณ ไปถึงภาครับได้ชัดเจนที่สุด

ความพร้อมของ dtac เพื่อก้าวสู่ 5G

สำหรับ dtac ปัจจุบันได้มีการเตรียมความพร้อมสู่ 5G ด้วยการทดสอบเทคโนโลยีภายใต้คลื่น 2300 MHz, มีการนำ IoT ไปใช้ร่วมกับภาคเกษตรกรรม, ใช้ซอฟต์แวร์ในการควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของฮาร์ดแวร์ และสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ผ่านบริษัทสตาร์ตอัพ ในโครงการ dtac accelerate

นับเป็นการวางรากฐานของ dtac ในการก้าวสู่เทคโนโลยี 5G ที่ถือได้ว่าเป็นการเพิ่มศักยภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และให้ความสะดวกสบายมากขึ้นผ่านบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

Topics: DTAC5G4G
Categories: IT News

The International 2018 ขึ้นแท่นทัวร์นาเมนต์ eSports ที่มีเงินรางวัลรวมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ - ราว 821 ล้านบาท

Blognone - Mon, 20/08/2018 - 09:59

และแล้วก็เป็นไปตามคาด เมื่อ The International 2018 ทัวร์นาเมนต์การแข่งขัน Dota 2 ประจำปี ได้ทำลายสถิติของตัวเองในปีก่อนได้สำเร็จ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งทัวร์นาเมนต์ eSports ที่มีเงินรางวัลรวมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยในขณะที่เขียนข่าวนี้ เงินรางวัลรวมอยู่ที่ 24,790,852 ดอลลาร์ หรือ ราว 821,000,000 บาท ซึ่งในปี 2017 รายการนี้มีเงินรางวัลรวมอยู่ที่ 24,787,916 ดอลลาร์

สำหรับที่มาของเงินรางวัลจำนวนมหาศาลนี้ มาจากส่วนแบ่งการขายไอเท็มพิเศษภายในเกม โดย 25% ของยอดซื้อจากผู้เล่นทั่วโลกจะนำมาเป็นเงินรางวัลของรายการนี้ รวมกับเงินรางวัลตั้งต้น 1,600,000 ดอลลาร์จาก Valve

ทั้งนี้ ยอดเงินรางวัลทั้งหมดจะยังคงเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจบการแข่งขัน และ 5 อันดับแรกของทัวร์นาเมนต์ eSports ที่มีเงินรางวัลรวมสูงสุดตลอดกาล คือ รายการ The International 2014 ไล่เรียงมาถึงปี 2018 นี้

ที่มา: Dota 2 Prize Pool Tracker, E-Sports Earning

Topics: Dota 2The InternationalThe International 2018
Categories: IT News

กระทรวงการเคหะสหรัฐฯ บอก Facebook ปล่อยให้มีการกีดกันคนซื้อบ้านในระบบโฆษณาตามกลุ่มเป้าหมาย

Blognone - Sun, 19/08/2018 - 23:21

กระทรวงการเคหะและพัฒนาเมืองสหรัฐฯ หรือ HUD กล่าวหา Facebook ในกรณีช่วยเจ้าของที่ดินหรือบ้านโฆษณาขายสินทรัพย์โดยละเมิดกฎหมาย Fair Housing Act เนื่องจากระบบโฆษณาของ Facebook เปิดให้ผู้ลงโฆษณาเลือกกลุ่มเป้าหมายได้

HUD กล่าวว่าการที่ระบบโฆษณาของ Facebook อนุญาตให้ผู้โฆษณาทำการกีดกันตามเชื้อชาติ, ศาสนา, เพศ และอื่น ๆ ซึ่งเป็นการผิดกฎหมาย โดยตัวกฎหมาย Fair Housing Act ระบุห้ามการแบ่งแยกด้านการเคหะ ซึ่งด้วยข้อมูลส่วนบุคคลปริมาณมากที่ Facdebook มีในมือจะเอื้อให้ผู้โฆษณาแบ่งแยกบุคคลได้เหมือนกับเป็นการปิดประตูใส่หน้าคนบางคน

ส่วนฝั่ง Facebook กล่าวในคำแถลงกับ The Washington Post ว่าจะไม่มีพื้นที่ในการแบ่งแยกบน Facebook ซึ่งนโยบายของบริษัทห้ามมีการแบ่งแยก และทางบริษัทพร้อมทำงานร่วมกับ HUD ในการแก้ความกังวลนี้

ที่มา - TechCrunch


ภาพจาก Wikipedia (CC BY-SA 3.0)

Topics: Facebook
Categories: IT News

สัมภาษณ์พิเศษมนุษย์แอนดรอยด์ Connor และ sex android แห่ง Detroit Become Human

Blognone - Sun, 19/08/2018 - 20:49

ในงาน PlayStation Experience 2018 SEA จัดขึ้นที่เซนทรัลเวิลด์ มีแขกรับเชิญสุดพิเศษคือ Bryan Dechart และ Amelia Rose Blaire นักแสดงจากเกม Detroit Become Human เกมแนวแอดเวนเจอร์ที่กำลังได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากๆ มาเข้าร่วมงานด้วย โดยทั้งคู่เพิ่งจะคอนเฟิร์มมาร่วมงานเมื่อไม่นานมานี้

ในงาน PlayStation Experience ทั้ง Bryan และ Amelia ได้เล่นเกม Detroit Become Human ให้แฟนๆ ดูแบบสดๆ ถือเป็นประสบการณ์พิเศษสำหรับเกมเมอร์ชาวไทยมากจริงๆ Blognone มีโอกาสได้สัมภาษณ์ทั้งคู่สั้นๆ ถึงเรื่องราวของเกม จึงนำบทความสัมภาษณ์มาฝากแฟนๆ เกม

ก่อนที่จะเข้าบทสัมภาษณ์ ขออธิบายตัวเกม Detroit Become Human กันหน่อย เกมพูดถึงโลกอนาคตแบบดิสโธเปีย ที่บริษัท CYBERLIFE ผลิตหุ่นยนต์หน้าตาเป็นมนุษย์มาบริการใช้งานในอาชีพต่างๆ ส่งผลให้คนตกงาน ก่อให้เกิดความขัดแย้งทั้งคือมนุษย์ต่อต้านแอนดรอยด์แย่งงาน และแอนดรอยด์เองก็ต่อต้านมนุษย์ที่กดขี่และกระทำรุนแรงกับแอนดรอยด์มาตลอด

Detroit Become Human เป็นผลงานจากผู้พัฒนาเกม QUANTIC DREAM กำกับโดย David Cage

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ Detroit Become Human ประสบความเร็จ

เริ่มจาก Bryan ผู้รับบทหนึ่งในตัวละครหลักคือ Connor แอนดรอยด์ตำรวจ เขาพูดถึงความสำเร็จของเกมว่า เกมนี้เล่นได้หลายแบบ นำผลลัพธ์ไปแชร์กับเพื่อน เดินเรื่องด้วยตัวเอง ถือเป็นทางเลือกใหม่ของแฟนๆ มันเหมือนการเทของเล่นหลายชิ้นบนโต๊ะและผู้เล่นมีหลายทางเลือกในเกมที่ต้องเลือกเดิน

แสดงหนังกับแสดงในเกม แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

เมื่อถามถึงความแตกต่างระหว่างการแสดงหนัง และการแสดงในเกม Amelia ผู้รับบท sex android บอกว่าสิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันมากๆ คือ การถ่ายทำในเกม ไม่มีการเซตอัพฉากหรือสร้างอะไรขึ้นมาเลย แม้แต่การแต่งหน้าทำผม ทุกอย่างต้องอยู่ในจินตนาการของนักแสดงทั้งหมด แต่การที่ไม่ต้องเซตอัพฉากทำให้วันหนึ่งนักแสดงสามารถถ่ายทำได้หลายๆ ฉาก ในวันเดียวกัน

Bryan เสริมว่า เนื่องจากเป็นเกมที่มีหลายทางเลือก นักแสดงต้องแสดงหลายทางเลือกเช่นกัน เช่น เวลาตอบคำถาม Hank (มนุษย์ตำรวจที่ทำงานกับ Connor) ถ้าทางเลือกคำตอบมี 6 ทางเลือก ก็ต้องแสดงฉากนั้นซ้ำๆ เป็นวงจรไป นอกจากคำพูดแล้ว ยังต้องแสดงหลายอารมณ์ในฉากเดียวกัน เพราะมีทั้งทางเลือกที่ Connor ใจดี กับทางเลือกที่ Connor โกรธ ไม่พอใจ ดังนั้นจึงไม่เหมือนการแสดงละคร หรือหนังเลยแม้แต่นิดเดียว

ชุดที่ใส่และจุดที่อยู่ตามร่างกายนักแสดงก็ช่วยให้การถ่ายทำนั้นง่าย Bryan อธิบายให้ฟังว่า กล้องจะมองเห็นแค่จุดที่อยู่ตามร่างกายเท่านั้น ทำให้สามารถถ่ายทำแยกกันได้ แบบไม่ต้องนัดนักแสดงมาพร้อมๆ กันเพื่อถ่ายทำ

นอกจากนี้ สคริปต์ที่ใช้ในการถ่ายทำมีเป็นพันๆ หน้า เพราะแต่ละการกระทำมีหลายทางเลือก ซึ่ง Bryan ก็บอกเทคนิคที่เขาใช้จำบทด้วยการใช้สัญลักษณ์ปุ่มกดบนจอยเกม ว่าเขาจะต้องเล่นบทไหน และใช้สีเข้ามาช่วย เช่นบางครั้งที่เขาต้องเล่นบทร้าย เป็น devient ก็ใช้สีมามาร์คไว้ จะได้ติดตามอารมณ์ที่ตัวเองต้องเล่นต่อไปได้

เมื่อถามว่าเทรนด์การแสดงในเกมมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง Bryan มีความคิดเห็นอย่างไร โดย Bryan บอกว่า วิดีโอเกมคืออนาคต เทคโนโลยีจะเข้าถึงง่ายมากขึ้น ไม่เพียงอุตสาหกรรมหนังและเกม แต่รวมถึงคนทั่วไป นักเรียนนักศึกษา นักพัฒนาด้วย และเป็นไปได้ว่าการประมวลผล เทคโนโลยีการถ่ายทำก้จะเร็วขึ้นอีกด้วย คนเล่นเกมก็จะมีทางเลือกมากขึ้นกว่านี้อีกเยอะ

ถ้าในอนาคตอันใกล้มีมนุษย์แอนดรอยด์จริงๆ อยากมีมนุษย์แอนดรอยด์เป็นของตัวเองหรือไม่

Amelia บอกว่า เป็นคำถามยากมาก หลังจากที่เธอได้เล่นเกมแล้ว คำตอบที่เธอจะบอกก็คือสัญชาตญาณของเธอบอกว่า ไม่มีทางที่จะมีแอนดรอยด์เป็นของตัวเอง แต่ว่า คงจะดีไม่น้อยที่มีแอนดรอยด์มาทำอะไรๆ ให้ เช่น ทำงานบ้าน หรือทำงานอะไรที่เราไม่อยากทำ

ส่วน Bryan ก็บอกว่าเขาจะทำตัวใจดีกับแอนดรอยด์ตัวนั้น ยกตัวอย่างเช่น "Siri ช่วยตั้งเวลาปลุกให้ผมหน่อย ได้โปรด"


Bryan และ Amelia ยังเป็นคู่รักกันด้วย


บรรยากาศไลฟ์เล่นเกมสดๆ บนเวที

Topics: PlayStationThailandGamesInterview
Categories: IT News

[Dota 2] ปิดฉาก The International 2018 รอบ Group Stage / iG - paiN ตกรอบ

Blognone - Sun, 19/08/2018 - 16:36

หลังจากขับเคี่ยวกันมาตลอด 4 วันเต็ม ในที่สุด รอบ Group Stage ของ The International 2018 ทัวร์นาเมนต์ประจำปีของ Dota 2 ก็จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีสองทีมที่ต้องกลับบ้านไปก่อนคือ Invictus Gaming จากจีน และ paiN Gaming จาก อเมริกาใต้ เนื่องจากทำคะแนนได้อันดับสุดท้ายของแต่ละกลุ่ม ส่วนอีก 16 ทีมที่เหลือจะเข้าไปแข่งขันกันต่อในรอบ Main Event ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 20 สิงหาคม 2018 เวลา 23.00 น. ตามเวลาในบ้านเรา

ซึ่งตารางการแบ่งสายมีดังนี้

ทุกแมตช์จะแข่งขันกันในระบบ Best of 3 ยกเว้น รอบแรกของ Lower Bracket ที่จะแข่งแบบ Best of 1 และ รอบ Grand Final ที่จะแข่งแบบ Best of 5

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งรายละเอียดสำคัญคือ VGJ.Storm จะถูกลงโทษในการแข่งขันแมตช์แรกที่ต้องเจอกับ OG ด้วยการห้ามใช้โค้ชขณะทำการดราฟต์ฮีโร่และตัดเวลาพิเศษ (Reserve Time) ขณะดราฟต์ 70 วินาที เนื่องจาก Valve ได้รับทราบว่า VGJ.Storm ได้ใช้โค้ช 2 คนมาช่วยดราฟต์ขณะแข่งขันใน Group Stage (ซึ่ง Valve เคยแจ้งให้ทุกทีมทราบแล้วว่าสามารถมีได้แค่คนเดียว) แม้ว่า VGJ.Storm จะได้สอบถามเรื่องนี้แล้วกับ PGL ผู้จัดการแข่งขันและได้รับอนุญาตให้ทำได้แล้วก็ตาม

ที่มา: Dota 2, Twitter: Dota 2

Topics: Dota 2The InternationalThe International 2018
Categories: IT News

กูเกิลใช้ AI สั่งงานระบบควบคุมความเย็นศูนย์ข้อมูลโดยตรง ประหยัดพลังงานได้ 30%

Blognone - Sun, 19/08/2018 - 15:01

เมื่อปี 2016 กูเกิลร่วมมือกับบริษัทลูก DeepMind นำเทคนิค AI มาช่วยแนะนำการจัดการพลังงานในศูนย์ข้อมูล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลง

ปี 2018 โครงการนี้ต่อยอดเพิ่มเข้าไปอีก รอบนี้ AI ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ "แนะนำ" แต่เข้าไปสั่งการระบบทำความเย็นโดยตรง แบบไม่ต้องผ่านมนุษย์เลย

AI ของกูเกิลจะดึงข้อมูลจากระบบทำความเย็นมาทุก 5 นาที เพื่อประเมินว่าควรปรับเปลี่ยนค่าความเย็นอย่างไรให้ประหยัดพลังงานสูงสุด จากนั้นจะส่งคำสั่งไปยังระบบควบคุม โดยมีมนุษย์คอยเฝ้าดูอีกชั้นหนึ่ง

กูเกิลบอกว่าระบบ AI รุ่นปี 2016 ช่วยสอนให้พนักงานที่ดูแลศูนย์ข้อมูลเรียนรู้วิธีการควบคุมระบบความเย็นแบบใหม่ๆ ที่ไม่เคยคิดมาก่อน แต่การใช้คนคอยปรับเปลี่ยนตลอดเวลานั้นสิ้นเปลืองทรัพยากรมากเกินไป จึงมีข้อเสนอให้ AI สั่งการตรงได้เลย

กูเกิลแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัย โดยมีระบบประเมินความเสี่ยงที่ AI เอง เพื่อตัดตัวเลือกที่มีความมั่นใจต่ำออกไป ส่วนระบบควบคุมศูนย์ข้อมูล (ที่แยกขาดจาก AI) ก็มีกฎเกณฑ์ของตัวเองเพื่อรักษาเสถียรภาพ หาก AI ส่งคำสั่งที่ผิดเงื่อนไขเหล่านี้มา ระบบศูนย์ข้อมูลก็จะไม่ทำตาม

ระบบ AI ตัวใหม่เพิ่งเริ่มใช้งานมาไม่กี่เดือน และช่วยประหยัดพลังงานได้เฉลี่ยประมาณ 30%

ที่มา - Google

Topics: DatacenterGoogleArtificial IntelligenceEnergy Saving
Categories: IT News

SenseTime เปิดตัวฟิลเตอร์ที่แต่งรูปให้ผอมเพรียวหน้าเรียวหุ่นสวยได้แม้ตอนถ่าย live วิดีโอ

Blognone - Sun, 19/08/2018 - 14:52

เรื่องแต่งหน้าหรือทรวดทรงองค์เอวของตัวเองในภาพถ่ายให้ดูดีกว่าตัวจริงนี่หลายคนก็คงจะเคยทำกัน แต่จะเจ๋งแค่ไหนหากเราปรับแต่งหน้าตาหรือหุ่นของเราในวิดีโอให้ดูดีขึ้นได้ด้วย แล้วยิ่งถ้าเป็นการแต่งภาพแบบสดๆ ในระหว่างที่กำลัง stream วิดีโออยู่ด้วยล่ะก็คงถูกใจใครต่อใครหลายคนเลย ซึ่งเทคโนโลยีที่ว่านี้ตอนนี้มีคนทำได้แล้ว

SenseTime สตาร์ทอัพจากจีนที่เป็นสตาร์ทอัพด้าน AI ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก เปิดตัวฟิลเตอร์สำหรับวิดีโอตัวใหม่ที่ใช้พลังของ AI ช่วยปรับแต่งรูปร่างหน้าตาของผู้ใช้ให้ดูดีขึ้นได้ในขณะที่อัดวิดีโอแล้วถ่ายทอดทางออนไลน์แบบสดๆ

ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งความกว้างของช่วงเอว, ไหล่หรือสะโพก แต่งให้แขนและขาดูเรียวเล็กลง รวมทั้งการปรับแต่งใบหน้าให้ดูเรียวงาม หรือแม้กระทั่งการปรับส่วนโค้งเว้าของบั้นท้ายและทรวงอกให้ดูดียิ่งขึ้น ก็สามารถทำได้ทั้งหมด

การปรับแต่งภาพที่ว่านี้ ไม่ใช่การปรับแต่งที่เลือกยืด-หดบางส่วนของภาพ ไม่ใช่การปรับขยายบางพื้นที่ของภาพให้ดูใหญ่ขึ้นหรือย่อให้มีขนาดดูเล็กลงแบบตรงๆ แต่เป็นการใช้ AI วิเคราะห์ภาพในวิดีโอว่าสิ่งใดคือร่างกายคน แล้วเลือกปรับการแสดงภาพให้มีผลกระทบเฉพาะสัดส่วนร่างกายบริเวณนั้น ว่าง่ายๆ ก็คือผลลัพธ์ที่ได้จากการปรับแต่งด้วยฟิลเตอร์จะเน้นแต่ภาพร่างกายที่ดูเปลี่ยนไป แต่จะไม่เกิดปรากฏการณ์บ้านเบี้ยวให้เห็นในวิดีโอ

สำหรับสินค้าและบริการหลักของ SenseTime นั้นเน้นหนักไปที่การวิเคราะห์ภาพโดยเฉพาะระบบจดจำใบหน้า ซึ่งมีทั้งใช้เพื่องานสังเกตการณ์และรักษาความปลอดภัย, งานตรวจสอบจำแนกบุคคล นอกจากนี้ยังมีระบบวิเคราะห์ภาพถ่ายเพื่อการตกแต่งภาพ, ระบบตรวจสอบการขับขี่ยานยนต์, ระบบซอฟต์แวร์ตรวจสอบการชน และการเปลี่ยนช่องทางขับขี่ในรถยนต์ ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจของ SenseTime

ที่มา - Abacus

Topics: SenseTimeArtificial IntelligenceLive Streaming
Categories: IT News

จัดไปแบบเงียบๆ AIS, dtac ได้คลื่น 1800 ไปคนละชุดจาก 9 ชุด มูลค่ารวม 2.5 หมื่นล้านบาท

Blognone - Sun, 19/08/2018 - 13:48

วันนี้ กสทช. จัดการประมูลคลื่นความถี่ 1800MHz ที่มีผู้เข้าร่วมประมูล 2 รายคือ AIS และ dtac และทำให้ทั้ง 2 รายได้คลื่นความถี่ 1800MHz ไปคนละ 1 ชุด ขนาด 2x5MHz มูลค่ารวมจากการประมูลครั้งนี้คือ 25,022 ล้านบาท (รายละ 12,511 ล้านบาท - เคาะครั้งเดียวตามกฎ) ทำให้ใบอนุญาตเหลือ 7 ใบจาก 9 ใบที่ กสทช. ตั้งไว้

AIS เลือกช่วงคลื่นความถี่ 1740-1745MHz และ 1835-1840MHz ส่วน dtac เลือกช่วงความถี่ 1745-1750MHz คู่กับ 1840-1845MHz โดยทาง กสทช. จะประชุมเพื่อรับรองการประมูลภายใน 7 วันก่อนและต้องชำระเงินงวดแรก 50% ของมูลค่าประมูล

เบื้องต้น dtac ระบุว่าจะนำคลื่น 1800MHz ที่ประมูลได้ไปให้บริการ 2G ที่มีฐานลูกค้าเป็นจำนวนมากและเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่าย 4G

ที่มา - กสทช., อีเมลประชาสัมพันธ์ dtac

Topics: NBTCAISDTACAuction
Categories: IT News

[ข่าวลือ] Amazon ซุ่มพัฒนากล่อง DVR บันทึกรายการทีวีไว้ดูย้อนหลัง, เชื่อมต่อกับ Fire TV

Blognone - Sun, 19/08/2018 - 10:48

ช่วงนี้มีข่าวลือโครงการใหม่ของ Amazon ออกมาเรื่อยๆ นอกจาก แผนการซื้อโรงหนัง ก็ยังมีข่าวใหม่คืออุปกรณ์บันทึกรายการทีวี (DVR) ลักษณะเดียวกับ TiVo

อุปกรณ์นี้มีโค้ดเนมว่า "Frank" มีสตอเรจในตัวเอง และเชื่อมต่อกับกล่องสตรีมมิ่ง Fire TV แบบไร้สาย ลักษณะเดียวกับที่ลำโพง Echo เชื่อมกับ Fire TV ได้ ผู้ใช้สามารถสั่งบันทึกรายการทีวีที่ออกอากาศสดๆ เพื่อเก็บไว้ดูย้อนหลังบนสมาร์ทโฟนได้

ปัจจุบัน Fire TV สามารถสตรีมรายการทีวีสดๆ ผ่าน Amazon Channels แต่ยังขาดฟีเจอร์ด้านการบันทึกวิดีโอเก็บไว้ดูย้อนหลัง ซึ่งคาดว่า Frank จะมาเติมเต็มฟีเจอร์นี้ให้กับ Fire TV นั่นเอง

ที่มา - Bloomberg

Topics: AmazonFire TVRumor
Categories: IT News

JD เปิตตัวแพลตฟอร์ม JD Blockchain ให้ลูกค้าองค์กรเช่าใช้งาน

Blognone - Sun, 19/08/2018 - 10:36

JD บริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน เปิดตัวแพลตฟอร์ม blockchain ของตัวเองชื่อ JD Blockchain Open Platform เพื่อให้ลูกค้าองค์กรมาเช่าใช้งาน

JD ระบุว่าแพลตฟอร์ม blockchain นี่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ Retail as a Service (RaaS) ที่ต้องการเปิดเทคโนโลยีของตัวเองให้บริษัทอื่นๆ มาใช้งานได้ด้วย ตอนนี้มีลูกค้ารายแรกที่ใช้งาน JD Blockchain แล้วคือบริษัทประกัน China Pacific Insurance Company (CPIC) ใช้ทำระบบติดตามใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์

JD ไม่ได้ให้ข้อมูลชัดเจนว่าแพลตฟอร์มของตัวเองใช้เทคโนโลยีตัวไหนบ้าง บอกกว้างๆ เพียงว่ารองรับเทคโนโลยี blockchain หลายยี่ห้อ (multiple blockchain bottom layers) และเพิ่มด้วยเครื่องมือที่พัฒนาเองกับเครื่องมือของบริษัทอื่นๆ ด้วย

ที่มา - JD

Topics: JD.comBlockchainEnterprise
Categories: IT News

[ข่าวลือ] กูเกิลเตรียมวางขาย Smart Display ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง

Blognone - Sun, 19/08/2018 - 10:14

เราเห็นอุปกรณ์ตระกูล Smart Display ที่เชื่อมต่อ Google Assistant จาก Lenovo เริ่มวางขายแล้ว ผู้ผลิตรายอื่นยังมี LG และ JBL ต่อคิววางขายด้วย

ล่าสุดมีข่าวลือมาจาก Nikkei Asian Review ว่าสุดท้ายแล้วกูเกิลจะออก Smart Display ภายใต้แบรนด์ตัวเองเช่นกัน

ข่าวนี้คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะกูเกิลก็ทำลำโพง Google Home ขายในแบรนด์ตัวเองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวบอกว่ากูเกิลตั้งเป้าขาย Smart Display ของตัวเองถึง 3 ล้านตัว ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก เพราะคู่แข่งอย่าง Amazon Echo Show ยังขายได้ประมาณ 3 แสนตัวเท่านั้นในปี 2017

ที่มา - Nikkei

ภาพลำโพง Lenovo Smart Display

Topics: Google HomeGoogle AssistantSmart SpeakerGoogleRumor
Categories: IT News

Grab ประกาศความร่วมมือกับ Ping An Good Doctor สร้างแพลตฟอร์มนัดพบและปรึกษาคุณหมอ

Blognone - Sun, 19/08/2018 - 10:09

Grab แอปเรียกรถแท็กซี่ที่มีการต่อยอดไปสู่หมวดธุรกิจใหม่ ๆ ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่กับ Ping An Good Doctor แพลตฟอร์มด้านสุขภาพออนไลน์จากจีน ของกลุ่มบริษัทประกันรายใหญ่ Ping An โดย Grab จะถือหุ้นบริษัทนี้ 30% และที่เหลือเป็นของ Ping An Good Doctor

ในเบื้องต้นความร่วมมือนี้เป็นการนำบริการของ Ping An Good Doctor เช่น การขอคำปรึกษาทางการแพทย์ออนไลน์, การจัดส่งยา และการนัดหมายพบแพทย์ มาใส่ไว้ใน Grab ผ่าน Grab Platform ที่เป็น API ให้พันธมิตรต่าง ๆ เข้ามาเชื่อมต่อ ตามกลยุทธ์ที่ Grab ต้องการเป็น Super App มีทุกอย่างจบในแอปเดียว

ทั้งนี้ Grab ไม่ได้ระบุว่าบริการดังกล่าว จะเริ่มให้บริการได้เมื่อใด บอกเพียงจะโฟกัสที่ตลาดอินโดนีเซียก่อนเป็นแห่งแรก จากนั้นอาจขยายมาให้บริการทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่มา: South China Morning Post

Topics: GrabHealthPing An Good Doctor
Categories: IT News
Syndicate content